Showing posts with label ทำขนม. Show all posts
Showing posts with label ทำขนม. Show all posts

Monday, June 30, 2014

อบเค้กออกมาแล้วเนื้อเค้กร่วน เกิดอะไรขึ้นล่ะเนี่ย

เวลาจุ๊บอบเค้กทานที่บ้าน จุ๊บจะชอบอบเค้กเนื้อมาม่อนเพราะคุณพ่อของจุ๊บชอบเค้กเนื้อนิ่มๆ แล้วก็ไม่ทานครีม จุ๊บก็เลยคิดว่าตัวเองค่อนข้างจะเป็นเซียนมากพอสมควรกับการทำเค้กชนิดนี้ แต่ก็กลายเป็นว่าพอจุ๊บไปทำเค้กเนื้ออื่นๆ แล้วบางครั้งกลับไม่ได้เนื้อเค้กอย่างที่ต้องการไปซะอย่างงั้น = =

ล่าสุดนี้จุ๊บอบเค้กสปันจ์ก้อนโตให้หลานสาว พี่ชายจุ๊บก็บอกว่าเนื้อเค้กมันร่วนเกินไป ซึ่งจุ๊บก็แอบแปลกใจนิดๆ เพราะเค้กสปันจ์ที่จุ๊บเคยทำเนื้อมันก็นุ่มดี ตอนนี้ก็สูตรเดิมแต่ทำไมเนื้อร่วน (จริงๆ แล้วจุ๊บก็รู้สึกตั้งแต่ตอนอบเสร็จแล้วแหล่ะว่าขนาดเอาไปแช่ตู้เย็นแล้วนะ ทำไมพอหยิบจับอะไรหน่อยเนื้อเค้กก็หลุดออกมาตามมือ.. คือจุ๊บไม่ใช่คนมือเบานะ แต่ก็ไม่ได้มือหนักขนาดนั้นซะหน่อย T^T

Tip: จุ๊บสังเกตมาหลายครั้งแล้วว่าพอจุ๊บเอาเค้กไปแช่ตู้เย็นแล้วเนื้อเค้กมันจะ ชุ่มฉ่ำขึ้นมาอีกนิดหนึ่ง เนื่องจากเค้กมันจะซึมซับไอน้ำจากความเย็นในตู้เย็นเข้าไป แต่ก่อนที่จะจับเค้กแช่ตู้เย็น เพื่อนๆ ควรจะหุ้มเนื้อเค้กด้วยพลาสติกแรพหรือไม่ก็ใส่กล่องแล้วแง้มฝาไว้นิดนึงด้วยนะคะ เพราะลมที่เป่าออกมาจากช่องระบายความเย็นอาจจะทำให้เนื้อเค้กแห้งมากกว่าเดิมได้ค่ะ

กลับมาเรื่องเนื้อเค้กร่วนกันต่อ ^^" หลังจากที่พี่ชายจุ๊บบอก จุ๊บก็รีบไปสอบถามคุณครูทันที.. คุณครูของจุ๊บเก่งนะคะ ถามอะไรก็ตอบได้ :) คุณครูของจุ๊บชื่อ Google ค่ะ ^^" (จริงๆ คุณครูของจุ๊บไม่ได้ตอบเองหรอกค่ะ แต่คุณครูไปหาคำตอบของคนอื่นมาให้แทน 55 //นอกเรื่องตลอด = =") หลังจากนั่งอ่านไปซักพัก จุ๊บก็รู้ว่าสาเหตุที่ทำให้เนื้อเค้กร่วนนั้นมีหลายอย่างมาก ดังต่อไปนี้

1. ตีส่วนผสมนานเกินไป ใช้ความแรงมากเกินไป
การตีส่วนผสมที่นานเกินไป ไม่ว่าจะเป็นการตีเนย ตีแป้ง หรือว่าตีไข่ จะทำให้มีอากาศเข้าไปแทรกอยู่ในเนื้อส่วนผสมมาก เป็นผลทำให้เมื่ออบออกมาแล้วเนื้อเค้กจะฟูมากเกินไปและมีโพรงอากาศอยู่ในเนื้อเค้กมาก ทำให้เค้กร่วน และเวลาทานจะรู้สึกว่าเนื้อหยาบ ไม่นุ่ม

2. อุปกรณ์ที่ใช้มีประสิทธิภาพไม่เหมือนกัน
สูตรที่เพื่อนๆ แชร์กันบางสูตรจะระบุไว้เลยว่าตีส่วนผสมนี้กี่นาที พอใส่ส่วนผสมนี้เข้าไปแล้วให้ตีอีกกี่นาที อบกี่นาที แต่จุ๊บลองทำตามแล้วบางครั้งก็ไม่สำเร็จเพราะอุปกรณ์ที่บ้านจุ๊บกับอุปกรณ์ของเจ้าของสูตรมีประสิทธิภาพไม่เท่ากัน อย่างเครื่องตีของจุ๊บก็เป็นตัวเล็ก แต่ตอนที่จุ๊บไปเรียน เครื่องผสมในห้องเรียนเป็นตัวใหญ่ เวลาทำเค้กสปันจ์ อาจารย์จะใส่ไข่ แป้ง นม ไปรวดเดียวแล้วตีรวมกันเลย ซักพักก็ขึ้นฟูดี แต่ของจุ๊บไม่ใช่ค่ะ ตอนทำครั้งแรกจุ๊บใส่ส่วนผสมลงไปเหมือนตอนที่เรียน ปรากฏว่าตีไม่ขึ้นเอาซะเลย ไม่สามารถทำริบบ้อนสเตจได้ อบออกมาก็ได้เค้กเนื้อแน่นๆ หนักๆ หลังจากนั้นจุ๊บก็เลยปรับวิธีการทำ โดยมาตีไข่ให้ฟูก่อน แล้วค่อยๆ ใส่นม ใส่แป้ง แล้วก็ต้องค่อยๆ ใส่ด้วยนะคะ ใส่ไปพรวดเดียวก็ตายสนิทเหมือนกันค่ะ แต่ก็กลายเป็นว่าจุ๊บใช้เวลาในการตีไข่นานมากกว่าที่ควรอีก ซึ่งก็เป็นเหตุให้เค้กร่วนจนต้องมาหาข้อมูลนี่แหล่ะค่ะ

แล้วแค่ไหนถึงจะเหมาะสมล่ะ จุ๊บว่าถ้าเพื่อนๆ ทดลองทำสูตรนั้นเป็นครั้งแรกแล้วเขาระบุเวลามาก็ทำตามนั้นไปก่อนเลยค่ะ แล้วค่อยมาดูว่าเค้กที่ได้ออกมาได้ผลเป็นที่น่าพอใจไหม ถ้าไม่ดีก็ค่อยๆ ปรับกันไปค่ะ

3. อบเค้กนานเกินไป ใช้ความร้อนสูงจนเกินไป
เค้กแต่ละประเภทใช้ความร้อนในการอบไม่เท่ากัน และเวลาที่ใช้ในการอบก็ไม่เท่ากันอีกด้วยนะคะ การที่เค้กของเราโดนความร้อนมากเกินไปจะทำให้ความชื้นที่อยู่ในเนื้อเค้กหายไปมากกว่าปกติ ซึ่งจะทำให้เค้กของเราแห้งและร่วนได้ค่ะ
อุณหภูมิที่ใช้ในการอบเค้ก ส่วนใหญ่จุ๊บอบที่ 180 องศาเซลเซียส หรือ 350 องศาฟาเรนไฮต์ แต่บางครั้งที่อบอุณหภูมิก็เหวี่ยงๆ ไปบ้างนิดหน่อยก็ไม่เป็นปัญหานะคะ เวลาที่ใช้อบนี่จะขึ้นอยู่กับปริมาณของเค้กที่อบเป็นหลักค่ะ ถ้าพิมพ์เล็กครึ่งปอนด์ หรืออบในถาดสำหรับทำเค้กโรลก็ใช้เวลาไม่มาก 10 – 15 นาทีก็อบสุกแล้ว แต่ถ้าเป็นพิมพ์สามปอนด์ก็ปาเข้าไป 40 – 45 นาทีก็มีค่ะ ประเภทของเค้กที่อบก็เกี่ยวนะคะ อย่างเค้กสปันจ์จะอบสุกเร็วกว่าบัตเตอร์เค้กพอสมควรเลยล่ะค่ะ

Tip: เพื่อนๆ ควรจะหาเทอร์โมมิเตอร์ใส่ไว้ในเตาอบด้วยนะคะ เพราะเตาอบบางเครื่อง อุณหภูมิที่ตั้งที่ตัวเครื่องกับอุณหภูมิในเตาจริงๆ ก็ไม่เท่ากันค่ะ อย่างเครื่องที่บ้านจุ๊บ ตั้งไว้ที่ 190 องศาเซลเซียส แต่ในเตาจะประมาณ 180 องศา โหมดการอบ เช่น การอบไฟบน+ไฟล่าง ไฟล่างอย่างเดียว หรือเปิดพัดลมในเตาด้วย ก็มีผลต่ออุณหภูมิภายในเตานะคะ เครื่องบ้านจุ๊บมีโหมดไฟบนล่างไม่เปิดพัดลม แต่พออบไฟล่างอย่างเดียวจะมีแต่แบบเปิดพัดลม ถ้าตอนแรกอบไฟบนล่าง แล้วปรับมาเป็นไฟล่างอย่างเดียวนี่ความร้อนตกกระจุยเลยค่ะ เค้กตั้งทรงมาสวยๆ ก็ยุบกันไป T^T หลังๆ พอเห็นหน้าเค้กสีเข้มพอดีแต่เค้กยังไม่สุกเลยใช้วิธีตัดฟอยล์มาปิดหน้าเค้กแทน ก็ตัดปัญหาไปได้ค่ะ ^^

4. ในเค้กบางสูตร ในตอนสุดท้ายควรลด speed ในการตีเพื่อตัดฟองอากาศในขั้นตอนสุดท้ายด้วย
ตอนจุ๊บอ่านตอนแรกก็ไม่ทราบเหตุผลหรอกค่ะ เขาบอกให้ทำก็ทำไป เพิ่งจะมาเข้าใจเอาตอนเขียนบล๊อคนี้แหล่ะค่ะ แหะๆ

ทั้งหมดนี้ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เค้กของเราอบออกมาแล้วเกิดอาการร่วนที่จุ๊บหามาได้ ถ้าเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ มีประสบการณ์การทำเค้กออกมาแล้วร่วน แล้วมีวิธีแก้ไขอย่างไรบ้างก็มาแชร์กันได้นะคะ ถ้าจุ๊บอ่านเจอสาเหตุอื่นๆ แล้วก็จะนำมาเพิ่มเติมไว้ด้วยค่ะ :)

สำหรับวันนี้.. ก็ขอให้เพื่อนๆ มีความสุขในการทำขนมเหมือนเช่นทุกๆ วันนะคะ ^^

Wednesday, June 25, 2014

มือใหม่หัดทำขนม ต้องมีอุปกรณ์อะไรบ้าง

หลายๆ ครั้งที่จุ๊บเข้าไปนั่งอ่านกระทู้ต่างๆ ในอินเตอร์เน็ตแล้วเห็นคำถามของเพื่อนๆ ว่าอยากจะเริ่มหัดทำคุกกี้หรืออบเค้กซักก้อนต้องมีอุปกรณ์อะไรบ้าง ก็เลยคิดว่าคงจะเป็นการดีถ้าจุ๊บจะแชร์ประสบการณ์ตอนจุ๊บเริ่มทำขนมใหม่ๆ แบบงูๆ ปลาๆ ให้เพื่อนๆ ได้อ่านกัน หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ บ้างนะคะ ^^

อุปกรณ์ต่างๆ ในคลัง(แสง) ของจุ๊บตอนนี้มีอะไรบ้าง อะไรจำเป็น อะไรไม่จำเป็นบ้างในความคิดของจุ๊บ มาดูกันเลยค่ะ
1. เตาอบ
ถ้าจะทำพวกเบเกอรี่ จุ๊บว่าเตาอบเป็นอะไรที่ควรมีนะคะ เห็นหลายๆ คนสามารถใช้หม้อหุงข้าว ฝาอบลมร้อน หรือแม้กระทั่งไมโครเวฟมาทำเค้กกัน (จุ๊บเคยทำ microwave mug cake ทานบ่อยๆ สมัยยังไม่มีเตาอบ สำเร็จบ้างไม่สำเร็จบ้าง ทานแก้อยากได้เป็นอย่างดีเลยล่ะค่ะ คนคิดเก่งมากจริงๆ ^^) แต่การทำแบบนี้มันก็มีข้อจำกัดอยู่เยอะนะคะ ถ้าทำทานเองพอให้หายอยากก็พอได้ แต่ถ้าจะทำจริงๆ จังๆ ซื้อเตาอบดีกว่าค่ะ ไม่ต้องราคาแพงสามสี่หมื่น เอาแบบเล็กๆ ราคาสามสี่พันมาลองดูก่อนก็ได้ แล้วถ้าคิดว่ามันใช่จริงๆ ค่อยขยับขยายเป็นเตาใหญ่แพงๆ ทีหลังก็ได้ค่ะ

สำหรับเตาอบที่จุ๊บใช้อยู่เป็นยี่ห้อชาร์ป ความจุ 42 ลิตรค่ะ เดี๋ยวจุ๊บจะมารีวิวเตาอบในปกครองของจุ๊บให้ดูวันหลังนะคะ ^^

2. เครื่องผสมอาหาร
สำหรับการทำเค้ก ทำคุกกี้ จุ๊บว่าเครื่องผสมอาหาร (หรือที่บางคนเรียกว่าเครื่องตีไข่) เป็นอุปกรณ์ที่.. ไม่มีก็ได้ แต่มีก็จะช่วยให้ชีวิตเราง่ายขึ้นมากเลยล่ะค่ะ คุกกี้บางสูตร หรือเค้กบางชนิด หรือบราวนี่ ไม่จำเป็นต้องใช้เจ้าเครื่องผสมอาหารนี้เลย เราสามารถใช้ตะกร้อมือในการทำได้ แต่ถ้าเป็นพวกเค้กสปันจ์หรือชิฟฟ่อนที่มีการตีไข่แดงให้ฟู มีการตีไข่ขาวให้ตั้งยอด ถ้าเราใช้ตะกร้อมือทำก็ทำได้นะคะ แต่ต้องใช้เวลา และที่สำคัญ.. ใช้แรง อย่างมากเลยล่ะค่ะ ตีเสร็จแขนล้า วันรุ่งขื้นปวดแขนอีก ^^" จะพาลเบื่อ ไม่อยากทำเค้กกันซะก่อน ดังนั้นถ้าพอจะหางบเพิ่มได้ซักพันกว่าๆ สองพัน ก็หาเครื่องผสมอาหารเล็กๆ มาใช้เถอะค่ะ

เครื่องผสมอาหารที่จุ๊บใช้อยู่ตอนนี้ก็เป็นรุ่นยอดนิยมที่ใครๆ แนะนำกันแหล่ะค่ะ.. OTTO HM-273 ตัวเล็กๆ แต่ทำงานได้ดีเลยทีเดียว สปันจ์ ชิฟฟ่อน มาม่อน ผ่านโถนี้มาแล้วทั้งนั้น อนาคตจุ๊บคิดว่าจะขยับขยายไปเป็นเครื่องตีรุ่นพี่อย่าง KitchenAid อยู่เหมือนกัน แต่คงต้องเก็บเงินไปซักพักก่อนล่ะค่ะ ^^"

3. ตาชั่ง
ตาชั่งเป็นสิ่งที่จุ๊บคิดว่ามีความจำเป็นอย่างมากในการทำขนมเลยล่ะค่ะ เพราะ ถึงแม้ว่าบางสูตรจะบอกมาเป็นถ้วยตวง หรือช้อนชา ช้อนโต๊ะ แต่ส่วนใหญ่สูตรก็มักจะบอกเป็นน้ำหนัก แล้วจุ๊บก็คิดว่าการชั่งน้ำหนักส่วนผสมก็ได้ปริมาณส่วนผสมที่แน่นอนกว่าการใช้ถ้วยตวงด้วยค่ะ

ตาชั่งจะมีทั้งแบบดิจิตอลและแบบเข็ม ถ้าอยากได้แบบดูง่าย แม่นยำ ใช้สะดวก ไม่เกี่ยงราคาก็ดิจิตอล แต่ไม่ได้แปลว่าแบบเข็มจะไม่ดีนะคะ จริงๆ เรื่องการใช้งานจุ๊บว่าแล้วแต่คนชอบ แรกๆ อาจจะเก้ๆ กังๆ แต่ทำๆ ไปเดี๋ยวก็ถนัดไปเอง แถมราคาแบบเข็มก็ถูกกว่าอยู่พอสมควรเลยล่ะค่ะ

4. ตะแกรงร่อนแป้ง
ตะแกรงร่อนแป้งนี่สำคัญเลยค่ะ ควรซื้อเป็นอย่างยิ่ง เพราะการร่อนแป้งก่อนทำขนม นอกจากจะทำให้ขนมเราเบา ฟูแล้ว ยังช่วยร่อนเอาสิ่งต่างๆ ที่อาจจะปนมาในแป้งออกไปอีกด้วยค่ะ

ขอเม้าท์ เพื่อนจุ๊บเคยร่อนแป้งแล้วเจอหนอนในแป้งด้วยล่ะ ส่วนตัวจุ๊บเองเคยร่อนเจอมด >< บางทีก็เจอแป้งเป็นเม็ดๆ อาจจะเป็นเพราะร้านเก็บไม่ดีเลยโดนความชื้น หรืออาจจะเป็นที่ล๊อตสินค้านั้นก็ได้ เพราะที่ถุงก็ไม่มีรอยเจาะ ไม่รู้เจ้าหนอน เจ้ามดมันเข้าไปอยู่ในถุงได้ยังไง

5. ช้อนตวง ถ้วยตวงของแห้ง ถ้วยตวงของเหลว
คงไม่ต้องอธิบายอะไรสำหรับอุปกรณ์เหล่านี้เนอะ ^^ จำเป็นต้องมีค่ะ ซื้อโลด

อ้อ มีนิดนึง ช้อนตวงควรเลือกซื้อที่เป็นอลูมิเนียม ส่วนถ้วยตวงของเหลว ถ้าซื้อแบบที่เป็นแก้วได้ก็ซื้อนะคะ เพราะส่วนผสมบางอย่างเป็นกรดหรือต้องผสมตอนที่ร้อนๆ ถ้าใช้แบบที่เป็นพลาสติกอาจจะละลายได้ค่ะ (เคยมาแล้วเหมือนกันค่ะ ตวงกลิ่นส้มแล้วช้อนตวงละลาย ><)

6. ถาดรองอบ พิมพ์เค้ก
ปกติแล้วเวลาซื้อเตาอบเขาจะมีถาดสีดำๆ แถมมาให้กับเตาอบใช่ไหมคะ แต่เพื่อนๆ รู้ไหมคะว่าเจ้าถาดสีดำนี้มันส่งผ่านความร้อนได้ดีมากเลยล่ะค่ะ มากเกินไปจนทำให้คุกกี้ไหม้เลยทีเดียว >< ตอนแรกจุ๊บก็ไม่ทราบหรอกค่ะ เห็นเขามีถาดมาให้ก็ดีใจว่าไม่ต้องซื้อเพิ่ม แต่พอทำออกมาแล้ว.. ทำคุกกี้ ก้นคุกกี้ก็เกรียม ทำคัพเค้ก ก้นถ้วยก็ไหม้ สุดท้ายก็ต้องวิ่งไปซื้อมา ดังนั้นถาดรองอบนี่เป็นอะไรที่ควรมีค่ะ จะเป็นถาดสีเงินๆ ธรรมดาก็ได้ หรือถาดเทฟล่อนที่ราคาแพงขึ้นมาหน่อยก็ได้ แล้วก็ปูกระดาษรองอบนิดนึง พอคุกกี้สุกจะได้เอาออกง่ายๆ ไม่ต้องแซะถาดให้เป็นรอย ไม่ต้องคอยทาเนยที่ถาดค่ะ

ส่วนพิมพ์เค้ก อันนี้ถ้าจะทำเค้กก็ต้องมีแน่นอนค่ะ พิมพ์เค้กมีหลายขนาด เริ่มตั้งแต่ครึ่งปอนด์ หนึ่งปอนด์ สองปอนด์ สามปอนด์ พิมพ์ถอดก้น พิมพ์ล๊อกข้าง ก็เลือกกันได้ตามประเภทเค้กที่เพื่อนๆ จะทำนะคะ แล้วก็ยังมีพิมพ์รูปทรงต่างๆ เช่น พิมพ์รูปหัวใจ พิมพ์รูปตุ๊กตุ่นตุ๊กตา พิมพ์รูปสี่เหลี่ยมสำหรับทำบราวนี่ แล้วก็อย่าลืมซื้อกระดาษรองอบด้วยนะคะ ไม่งั้นเค้กจะติดพิมพ์ คว่ำไม่ออก หรือถ้าไม่อยากมาตัดกระดาษตามพิมพ์จะใช้เป็นสเปรย์ออยก็ได้ค่ะ อ้อ แล้วก็สำหรับคนที่จะทำคัพเค้กหรือมัฟฟิ่น อย่าลืมซื้อถาดหลุมหรือถ้วยจีบนะคะ ถ้าทำพาย ก็จะมีถาดพายอีกค่ะ

7. ตะแกรง
ตะแกรงก็เป็นอีกอย่างที่จำเป็นในการทำขนมค่ะ จุ๊บมีตะแกรงใหญ่ที่เอาไว้ผึ่งเค้ก ผึ่งคุกกี้สองอัน ไม่งั้นก้นเค้กก้นคุกกี้จะแฉะ แล้วก็ตะแกรงเล็ก ขนาดประมาณเค้ก 2 ปอนด์ เอาไว้เวลาทำเค้กส้มหรือเค้กชอคโกแลตหน้านิ่ม เวลาตักหน้าราดไปบนเค้ก หน้าที่เหลือจะได้ไม่ไปกองอยู่รอบๆ เค้ก เพิ่มความสะดวกค่ะ

8. อุปกรณ์ที่ใช้ระหว่างการทำขนม
เช่น ตะกร้อมือ โถผสม (ควรมีโถใหญ่ๆ เอาไว้ผสมซักสองโถ กับแบบที่เล็กลงมาหน่อย เอาไว้เตรียมส่วนผสม แบบเล็กนี่จุ๊บยกโหลมาเลยค่ะ บางครั้งส่วนผสมเยอะ เตรียมทีใช้เจ็ดแปดถ้วยเลยล่ะค่ะ) พายยาง (ตอนจุ๊บไปเรียนอาจารย์เคยสอนไว้ว่า ให้เลือกพายที่สามารถโค้งงอได้ เพราะเวลาเราปาดโถ ตัวพายจะได้โค้งตามโถไปค่ะ จะเป็นพายพลาสติก หรือพายซิลิโคนก็ได้ แล้วแต่กำลังทรัพย์ค่ะ ซื้อมาซักสองสามอันขนาดต่างๆ กัน จะได้ไม่คอยไปล้างระหว่างทำ) ถ้าใครจะทำเค้ก ก็ควรหาสปาตูล่า มีดฟันเลื่อย เตรียมไว้ด้วยนะคะ

9. อุปกรณ์อื่นๆ
สุดท้ายก็เป็นอุปกรณ์อื่นๆ ที่จุ๊บว่าไม่จำเป็นเท่าไหร่ แต่มีก็จะเพิ่มความสะดวกสบายในการทำขนมให้เราค่ะ อุปกรณ์เหล่านี้ได้แก่ ไม้คลึงแป้ง แปรงปัดเศษเค้ก ที่แยกไข่ ทัพพีสำหรับหยอดแป้ง ที่สไลด์เค้ก ที่แบ่งเค้ก อ้อ แต่ถ้าใครจะทำเค้กครีมก็อย่าลืมซื้อแท่นหมุนสำหรับแต่งเค้ก หัวบีบ ถุงบีบด้วยนะคะ ^^

หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะพอเป็นแนวทางสำหรับเพื่อนๆ ในการตัดสินใจเลือกซื้ออุปกรณ์สำหรับทำขนมได้นะคะ เพื่อนๆ อาจจะไม่ต้องซื้อทุกอย่างทีเดียวก็ได้ ตอนจุ๊บเริ่มต้นก็ไม่ได้ซื้อหมดค่ะ จุ๊บเริ่มที่คุกกี้ จุ๊บก็ไปดูว่าคุกกี้ที่จะทำต้องใช้อุปกรณ์อะไรบ้าง แล้วก็จดๆ ไว้แล้วก็ไปซื้อค่ะ แนะนำอีกอย่างว่าไปซื้อตามร้านขายอุปกรณ์เบเกอรี่จะถูกว่าซื้อในห้างนะคะ อย่างพิมพ์เค้กขนาด 1 - 2 ปอนด์ ตามร้านขายประมาณ 40 – 60 บาท แต่ในห้างขายหลักร้อยเลยล่ะค่ะ

เริ่มยาวแล้วเนอะ จบดีกว่า ขอให้มีความสุขในการทำขนมค่ะ ^^

Tuesday, June 24, 2014

แป้ง 1 ถ้วยตวงเท่ากับกี่กรัมล่ะนี่...

บ่อยครั้งที่จุ๊บนั่งหาสูตรเค้กที่มีคนแชร์ไว้ในอินเตอร์เน็ตแล้วพบว่าสูตรที่มีคนให้ไว้มีหน่วยเป็นถ้วยตวงแต่บางสูตรกลับให้ไว้เป็นกรัม..

จริงๆ แล้วการตวงส่วนผสมเป็นถ้วยตวงดูจะง่ายกว่าการต้องมานั่งชั่งทุกอย่างทีละครั้ง แต่ไม่รู้เป็นเพราะอะไรเหมือนกัน จุ๊บกลับชอบชั่งส่วนผสมบางอย่าง เช่น แป้ง น้ำตาล หรือเนย มากกว่าจะใช้ช้อนตวงตัก (อาจจะเพราะว่าเวลาชั่ง เราก็แค่จับมันชั่งน้ำหนัก ไม่ต้องมาดูว่านี่คือถ้วยตวงขนาด 1 ถ้วยนะ นี่คือช้อนตวงสำหรับ 1 ช้อนโต๊ะนะ.. ละมั้ง ^^") เว้นแต่ส่วนผสมที่เราใช้แค่จำนวนน้อยๆ เช่น 1 ช้อนชา หรือครึ่งช้อนชา พวกนี้จุ๊บก็จะยังใช้ช้อนตวงตักอยู่เหมือนเดิมแหล่ะค่ะ

ด้วยเหตุนี้ พอจะจดสูตรที่เป็นถ้วยตวง จุ๊บก็จะแปลงเป็นหน่วยกรัมก่อนทุกครั้งเลยค่ะ วันนี้จุ๊บก็เลยนำมาตราส่วนการแปลงวัตถุดิบที่ใช้กันบ่อยๆ ที่จุ๊บรวบรวมไว้จากแหล่งต่างๆ มาฝากเพื่อนๆ กันค่ะ :) ขอบคุณผู้ที่แปลงไว้มา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ

แป้ง
แป้งขนมปัง 1 ถ้วย = 110 กรัม
แป้งอเนกประสงค์ 1 ถ้วย = 95 กรัม
แป้งเค้ก / แป้งสาลีชนิดพิเศษ 1 ถ้วย = 90 กรัม
แป้ง Whole Wheat 1 ถ้วย = 70 กรัม
แป้งข้าวโพด 1 ถ้วย = 100 กรัม

น้ำตาล
น้ำตาลทราย 1 ถ้วย = 185 กรัม
น้ำตาลทรายแดง 1 ถ้วย = 180 กรัม
น้ำตาลไอซิ่ง 1 ถ้วย = 100 กรัม

เนย / ไขมัน
เนยสด / มาการีน 1 ถ้วย = 200 กรัม
เนยขาว 1 ถ้วย = 185 กรัม
เนยถั่ว (Peanut Butter) 1 ถ้วย = 240 กรัม
น้ำมันพืช 1 ถ้วย = 200 กรัม

ผลไม้
ลูกเกด 1 ถ้วยตวง = 140 กรัม
ผลไม้แช่อิ่มสับละเอียด 1 ถ้วยตวง = 150 กรัม
เชอรี่แช่อิ่ม 1 ถ้วยตวง = 180 กรัม
สับปะรดกวน 1 ถ้วยตวง = 280 กรัม
แยมสตรอเบอร์รี่ / แยมผิวส้ม 1 ถ้วยตวง = 260 กรัม
กล้วยหอมบด  1 ถ้วยตวง = 200 กรัม

ถั่ว
เม็ดมะม่วงหิมพานต์สับละเอียด 1 ถ้วย = 115 กรัม
อัลมอนด์สับละเอียด 1 ถ้วย = 115 กรัม
อัลมอนด์หั่นชิ้นบาง 1 ถ้วย = 100 กรัม

อื่นๆ
ชอคโกแลต 1 ถ้วยตวง = 200 กรัม
น้ำผึ้ง 1 ถ้วยตวง = 300 กรัม
ครีมข้น 1 ถ้วยตวง = 225 กรัม
วิปปิ้งครีม 1 ถ้วยตวง = 200 กรัม
ยีสต์แห้ง 1 ช้อนโต๊ะ = 7 กรัม
เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนโต๊ะ = 10 กรัม
ผงฟู 1 ช้อนโต๊ะ = 8 กรัม
ครีมออฟทาทาร์ 1 ช้อนโต๊ะ = 7 กรัม
ผงโกโก้ 1 ถ้วย = 65 กรัม
เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ = 10 กรัม
ส่วนผสมหลักๆ ที่เราใช้ทำขนมกันก็มีประมาณนี้แหล่ะมั้งคะ ^^" ถ้ามีใครอยากทราบมาตราส่วนของวัตถุดิบชนิดไหนเพิ่มเติมก็สามารถทิ้งคำถามไว้ได้เลยนะคะ แล้วจุ๊บจะพยายามหาคำตอบมาให้ค่ะ ^^

Sunday, May 11, 2014

Homemade Cream Cheese มาทำครีมชีสเองกันเถอะ

เมื่อหลายวันก่อนจุ๊บเดินผ่านร้านเค้กแล้วเกิดอยากจะกินชีสเค้กขึ้นมา ก็เลยแว๊บเข้าไปสอยมาสองชิ้น ^^

ชีสเค้กสมัยนี้แพงเนอะ ชิ้นก็ไม่ใหญ่ ขายกันชิ้นนึงร้อยกว่าบาท แต่ทานแล้วก็อร่อยดีนะคะ คิดแล้วก็ทำให้เกิดอยากจะทำทานเองขึ้นมาบ้าง ก็เลยเปิดเน็ตหาสูตรทันใด เปิดไปหลายสูตรอยู่.. ชีสเค้กก็ต้องคู่กับครีมชีสสินะ งั้นวันนี้เรามาทำครีมชีสกันก่อนดีกว่า

มาเริ่มกันเลยค่ะ ^^


อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม
1. หม้อสำหรับอุ่นนม
2. เทอร์โมมิเตอร์สำหรับวัดอุณหภูมิ (ไม่มีก็ไม่เป็นไร)
3. ผ้าขาวบาง

วัตถุดิบที่ต้องเตรียม 

สูตรนี้สำหรับครีมชีสหนัก 300 กรัมนะคะ (ครั้งล่าสุดที่จุ๊บทำ จุ๊บได้ครีมชีส 380 กรัมค่ะ ส่งสัยรีดน้ำออกไม่หมด แหะๆ)
1. นมสดแบบ Full Cream 1 ลิตร
2. โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย (150 กรัม)

วิธีทำ
ใครที่เคยทำโยเกิร์ตทานเองอยู่แล้วก็ง่ายเลยค่ะ เพราะครีมชีสคือโยเกิร์ตที่รีดเอาน้ำออกไป ดังนั้นถ้าใครทำโยเกิร์ตทานเองอยู่แล้วก็ข้ามไปที่ขั้นตอนการทำครีมชีสได้เลยนะคะ
 

ขั้นตอนการทำโยเกิร์ต
1. อุ่นนมให้ร้อนราวๆ 60 องศาเซลเซียส ถ้าไม่มีเทอร์โมมิเตอร์ก็ดูว่านมเริ่มร้อนจนเริ่มเห็นไอน้ำลอยขึ้นมา ตักมาหยดที่หลังมือจะรู้สึกอุ่นๆ ค่ะ
2. เทโยเกิร์ตลงปายยยย.. คนๆๆๆๆ ให้เข้ากัน
3. เทใส่กล่องที่มีฝาปิด หรือจะใส่ไว้ทั้งหม้อที่ต้มนั่นก็ได้นะคะ ปิดฝาให้สนิท วางหลบๆ ไว้ไม่ให้โดดแสง ทิ้งไว้ไม่ต้องสนใจซัก 12 ชั่วโมงหรือจะ 1 วันเลยก็ได้ (ตอนจุ๊บทำ จุ๊บทำตอนสี่ทุ่ม แล้วก็เอาทั้งหม้อนั้นแหล่ะใส่ไว้ในเตาอบ แต่ไม่ได้เปิดไฟนะคะ ปิดฝาเตาอบแล้วก็ไปนอนค่ะ ตอนเที่ยงๆ ค่อยมาเช็ค)
4. ครบ 12 ชั่วโมงแล้ว เปิดดูจะเห็นเป็นครีมข้นๆ ดึ๋งๆ เหมือนเต้าฮวย อันนี้คือได้โยเกิร์ตแล้ว จะแบ่งใส่ถ้วยเก็บไว้เป็นเชื้อสำหรับทำโยเกิร์ตครั้งต่อไปก็แบ่งตอนนี้ได้เลย ส่วนที่เหลือเราจะมาทำครีมชีสกันต่อค่ะ :)


ขั้นตอนการทำครีมชีส
1. นำผ้าขาวบางมาทบกันซักสองชั้น
2. เทโยเกิร์ตลงไปมัดให้แน่นคล้ายๆ ลูกประคบ แล้วก็แขวนหรือวางไว้บนกระชอนก็ได้ให้น้ำไหลออกมาได้ จับแช่ตู้เย็นไว้ซักคืนนึง (น้ำที่ได้คือเวย์ บางคนก็นำไปทานช่วยระบาย หรือถ้าไม่ทานจะเททิ้งไปก็ได้)
3. พอได้ที่ จับผ้าขาวบางพร้อมโยเกิร์ตข้างในเหวี่ยงๆ ให้สะเด็ดน้ำอีกที เปิดออกมาจะได้ครีมชีส ก็ตักๆ ขูดๆ ใส่กล่องปิดฝาเก็บไว้ทำอาหารต่อได้เลยค่ะ ^^


ง่ายไหมคะ การทำครีมชีส ประหยัดด้วยค่ะ นมลิตรนึงประมาณ 40 บาท กับโยเกิร์ตอีกถ้วย 12 บาท เทียบกับครีมชีสในห้างราคาร้อยกว่าบาทแล้วประหยัดได้เยอะเลยค่ะ :)